มรดกภูมิปัญญาอีสาน

เรียนรู้ภูมิปัญญาผญาภาษิต คบคนให้เบิ่งหน้า ขาวงามงามอย่าฟ้าวเชื่อ บาดเมื่อขมเคียดแค้น สิอุกเอ้าอั่งทรวง การใช้ เป็นคติเตือนใจเกี่ยวกับการคบคน: การที่จะคบหาสมาคมกับผู้ใดให้ดูให้ละเอียดรอบคอบอย่าหลงเชื่อเพียงแค่เห็นว่ามีรูปร่างหน้าตาสะสวย หรือท่าทางดี น่าเชื่อถือเท่านั้นต้องศึกษาภูมิหลังความเป็นมาสังเกตพฤติกรรมให้ดีก่อนจะปักใจเชื่อหรือคบหาอย่างสนิทสนม เรื่องโดยดวงเดือน ไชยโสดา โพสต์เมื่อ 16 ตุลาคม 2568, เวลา 14.4 5น. โดย ดวงเดือน ไชยโสดา
Read more
เรียนรู้ภูมิปัญญาผญาภาษิต อันว่ายูงยางไม้ ลมตียังหักก่อง บาดว่าเคือหย้าป้อง ลมต้องก็บ่เพ แปลว่า : ไม้ยูงยางที่สูงใหญ่พอถูกลมพัดยังหักโค่นได้ ส่วนหญ้าปล้องแม้ลมจะพัดอย่างไรก็ไม่มีหักโค่น การใช้ เป็นคติเตือนใจทุกคนให้รู้ว่า ไม้สูงย่อมต้องลมแรงแล้วหักโค่นในที่สุด เปรียบดั่งคนที่มีตำแหน่งใหญโตในหน้าที่การงานโดยเฉพาะตำแหน่งทางการเมือง ย่อมถูกฝ่ายตรงข้ามหาทางโค่นล้มตลอดเวลา หรืออาจจะใช้เป็นคติเตือนใจว่าเกิดเป็นคนอย่าทำตนให้เป็นคนหัวสูงหรือหยิ่งยโสควรทำตนเป็นคนสุภาพอ่อนน้อม ดวงเดือน ไชยโสดา… แหล่งข้อมูล : วัฒนธรรมอีสาน : 100 ปี ชาตกาลคำดี สาระผล . 2555. ขอนแก่น : โรงพิมพ์พระธรรมขันต์ โพสต์เมื่อ 16 กันยายน 2568, เวลา 14.48 น. โดย ดวงเดือน ไชยโสดา
Read more
  เรียนรู้ภูมิปัญญาผญาอีสาน ผญาเกี้ยว   ลมพานต้อง ตองแกย้านบ่แน่ ลมพานต้องตองแต้ แน่บ่นอ คำแปล ลมพัดใบสะแกแกรงว่าจะไม่แน่ ลมพัดใบมะค่าแต้ จะแน่หรือเปล่าหนอ การใช้ ใช้เปรียบเปรยว่า จะเป็นคนพูดจริงหรือเปล่า แหล่งข้อมูลผญา : วัฒนธรรมอีสาน : 100 ปี ชาตกาลคำดี สาระผล . (2555). โรงพิมพ์พระธรรมขันต์. เรื่องโดยดวงเดือน ไชยโสดา โพสต์เมื่อ 22 พฤษภาคม 2568, 10.44 น. โดยดวงเดือน ไชยโสดา  
Read more
    ปรางค์กู่บ้านเขวา  กู่เทวสถาน 200 ปีที่มหาสารคาม        กู่คูมหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา ตั้งอยู่ที่บ้านเขวา ตำบลเขวา  อำเภอเมือง มหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนแจ้งสนิท 13 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18          สร้างด้วยศิลาแลงทั้งหมด เป็นรูปกระโจมสี่เหลี่ยมสูงจากพื้นดินถึงยอด 4 วา กว้าง 2 วา 2 ศอก  กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 …
Read more
ผญาปรัชญาชีวิต คำผญาที่มีความหมายเป็นปรัชญา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ของผู้คนในสังคมเป็นผญาาที่มีความหมายลึกซึ้ง ดังนั้นในบทนี้จึงเพิ่มความหมายแฝงเร้นไว้เพื่อให้ ผู้อ่านได้เข้าใจความหมายของแต่ละข้อความให้กระจ่างยิ่งขึ้นเพราะถ้าแปลตามตัวอักษร ค จะเป็นอีกอย่างหนึ่งอาจไม่ได้อรรถรส ผญาปรัชญาชีวิตจะมีปรากฏแทรกอยู่ในหนังสือวรรณกรรมต่างๆ ทางภาคอีสานและของ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อาทิ เช่น หนังสือเสียวสวาสดิ์ สังข์ศิลปชัย สึบบ่สูญ ฯลฯ “กบเขียดอ้อง ปะสงอ่านโคงสาน ฝูงหมู่งูเพาพิด เงือกกัวเกงย้าน” คำแปล กบและเขียดต่างอวดเก่ง อวดรู้ พากันอ่านหนังสือประเภทโคลงฉันท์ กาพย์กลอน จนพวกงูเงือกเกรงกลัวไปหมด ความหมายแฝงเร้น สังคมเน่าเหม็นนี้เป็นสังคมที่คนชั่ว คนไร้ศีลธรรมมีอำนาจมากจนเป็นที่เกรงยามของเหล่าคนดีมีศีลธรรมและคุณธรรม การใช้ เป็นคติให้รู้ว่าสภาพของสังคมเปลี่ยนไปสู่ยุคคนชั่วครองเมืองคนดีต้อง ระมัดระวังตัว มิฉะนั้นคนดีอาจถูกฆ่าทิ้งได้ง่ายๆ เอกสารอ้างอิง : วัฒนธรรมอีสาน : 100 ปี ชาตกาลคำดี สาระผล .(2555).โรงพิมพ์พระธรรมขันต์ ดวงเดือน ไชยโสดา…..
Read more
       พระธาตุนาดูน พุทธมณฑลอีสาน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระธาตุนาดูน พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ ณ โคกดงเค็ง ที่ป่าสาธารณ ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ในเนื้อที่ 902 ไร่ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ขุดพบไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร หรือ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาดูน ไปทางทิศใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร   ในปีพุทธศักราช 2522 กรมศิลปากรและราษฏร ในตำบลนาดูน ได้ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุจากเนินดิน ซึ่งเป็นซากโบราณสถานในบริเวณที่นาของราษฏรท้องที่หมู่ที่ 1 ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พระบรมสารีริกธาตุมีสัณฐานดังเกล็ดแก้วประดิษฐานในผอบ 3 ชั้น ชั้นในเป็นทองคำ ชั้นกลางเป็นเงิน ชั้นนอกเป็นสำริด ซ้อนกันเรียงตามลำดับ และบรรจุอยู่ในสถูปจำลองอีกชั้นหนึ่ง …
Read more
เรียนรู้ภูมิปัญญาผญาภาษิต ผญาภาษิต : ในดงบ่มีไม่ เอาอันได๋มาเป็นป่า มีหนองบ่มีหย่าป้อง ปาสิบ้อนอยู่บ่อนได่   คำแปล : ถ้าดงไม่มีป่าไม้ แล้วจะเป็นดงได้อย่างไร เป็นหนองแต่ไม่มีหญ้าปล้อง ปลาจะอาศัยหุบเหยื่ออยู่หม่องได่ การใช้ : ใช้เป็นคติสอนให้คนเราพึ่งพาซึ่งกันและกัน เฮาทุกคนล้วนอยู่ในสังคมที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน การแสดงน้ำใจไมตรี หรือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน จะช่วยพัฒนาสังคมเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น… ดวงเดือน ไชยโดสา…post
Read more
ฮีตที่ 9 บุญข้าวประดับดิน หรือ บุญข้าวประดับดิน   ความหมาย  “เข่าประดับดิน หรือ เข้าประดับดิน” (ข้าวประดับดิน)   คือ “บุญที่ทำในวันแรมสิบสี่ค่ำเดือนเก้า ป็นการนำข้าวหลาอาหาร หวานคาว อย่างละนิดละน้อย แล้วห่อด้วยใบตองกล้วยทำเป็นห่อๆ นำไปวางไว้ตามโคนต้นโพธิ์ หรือต้นไม้ใหญ่ในวัด และตามพื้นดินบริเวณรอบๆ เจดีย์หรือโบสถ์” มูลเหตุที่ทำ เนื่องจากคนลาวและไทอีสานมีความเชื่อสืบต่อกันมาแต่โบราณแล้ว่า กลางคืนของเดือนเก้าดับ (วันแรมสิบสี่ค่ำเดือนเก้า)  ตรงกับวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2558 เป็นวันที่ประตูนรกเปิด ยมบาลจะปล่อยให้ผีนรกออกมาเยี่ยมญาติในโลกมนุษย์ ในคืนนี้คืนเดียวเท่านั้นในรอบปี ดังนั้นจึงพากันจัดห่อข้าวไว้ให้แก่ญาติพี่น้องที่ตายไปแล้วถือว่าเป็นงานบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับไปแล้ว พิธีกรรม ในตอนเย็นของวันแรม 13 ค่ำเดือนเก้า แม่บ้านแม่เรือนทุกครัวเรือนจะ “ห่อข้าวน้อย” ซึ่งมีวิธีห่อดังนี้ ฉีกใบตองออกให้มีขนาดเท่าหนึ่งฝ่ามือ ส่วนความยาวนั้นให้ยาวสุดซีกของใบกล้วย นำเอาข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือวางบนใบตองที่จะห่อ จากนั้นแกะเนื้อปลา …
Read more
ภาษาญ้อ ประวัติความเป็นมา             กลุ่มชาติพันธุ์ญ้อ แต่เดิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในเมืองหงสาและคำม่วน ซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่ในประเทศลาว ต่อมาได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในเขตประเทศไทย บริเวณพื้นที่ในภาคอีสานและภาคตะวันออกของไทย พบมีกลุ่มชาติพันธุ์ญ้อย้ายมาตั้งถิ่นฐานหลายจังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองคาย อุดรธานี มหาสารคาม สกลนครนครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น นครสวรรค์ สระบุรี ปราจีนบุรี และสระแก้ว นอกจากนี้ยังพบว่า มีกลุ่มชาติพันธุ์ญ้ออาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชาได้แก่ จังหวัดบันทายมีชัยและอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชาอีกด้วย ความสำคัญและคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญา          กลุ่มชาติพันธุ์ญ้อในประเทศไทย มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับคนไทยในภาคอีสานมาก ประเพณีที่ถือว่าเป็นเอกลักษณะเฉพาะของกลุ่มชาติพันธุ์ญ้อ คือ ประเพณีไหลเรือไฟในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ หรืออกพรรษา เรียกว่า “ไหลเฮือไฟ” …
Read more
ครกกระเดื่อง : ครกมอง ก่อนที่จะมีโรงสีข้าวนั้น ครกกระเดื่องเป็นเครื่องมือสำคัญในการแปรรูปข้าว เปลือกให้เป็นข้าวสารโดยวิธีการทำข้าว วิธีการทำข้าวแบบเดิมของชาวนาอีสานนั้น เป็นการกะเทาะแยกเอาเปลือกหุ้มจากเมล็ดข้าว เริ่มแรกใช้วิธีการทุบข้าว ต่อมาได้ ทำครกตำข้าวขึ้นสองรูปแบบคือครกซ้อมมือหรือครกมือและครกกระเดื่องหรือครกมอง มีรายละเอียดดังนี้ ครกมือ เป็นครกตำข้าวที่ใช้มือจับสากตำข้าวเปลือก ส่วนประกอบของครก มือมีดังนี้ 1.ตัวครก เป็นท่อนไม้ขนาดใหญ่ ที่มีความยาวประมาณ 80-90 เซนติเมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50-60 เซนติเมตรเจาะตรงกลางเป็นร่องลึกโดยใช้ขวานฟันเอาแกลบใส่เป็นเชื้อและจุดไฟเผาส่วนกลางของท่อนไม้ เผาเป็นโพรงให้มีขนาดลึกตามต้องการ ขัดภายในให้เกลี้ยงเกลา ตัวครกมี 2 ขนาด คือ ครกขนาดใหญ่ และครกขนาดเล็กทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ครกมือ ตัวครก เป็นท่อนไม้ขนาดใหญ่ 2. สาก ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง มีความยาวขนาด 2 เมตร มีลักษณะปลายทั้งสองข้างโค้งมน หัวสากทู่มนใหญ่ ปลายสากมนเรียวเล็ก ตรงกลางกลมกลึงพอดีกับมือกำอย่างหลวม …
Read more
179528