News

“ไม้กีของชาวไทยเชื้อสายจีน กับ เซียงข้องของคนไท–ลาว” ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : ไม้กีของชาวไทยเชื้อสายจีน กับ เซียงข้องของคนไท–ลาว หนังสือเล่มนี้นำเสนอการเปรียบเทียบพิธีกรรมความเชื่อพื้นบ้าน 2 วัฒนธรรม ได้แก่ “ไม้กี/การจับฮู่กี” ของชาวไทยเชื้อสายจีน และ “เซียงข้อง/เต้าเซียงข้อง” ของชาวไท–ลาวอีสาน โดยชี้ให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกัน ทั้งในด้านรูปแบบพิธีกรรม บทบาททางสังคม และหน้าที่ทางจิตวิญญาณ แม้จะอยู่ต่างกลุ่มชาติพันธุ์และมีพื้นฐานความเชื่อต่างกันก็ตาม พิธี ไม้กี เป็นการประทับทรงของเทพเจ้าผ่านไม้มงคล ใช้ในการเสี่ยงทาย ตอบคำถาม เขียนอักษรจีน ชี้จุดศพไร้ญาติ และประกอบพิธีล้างป่าช้า สะท้อนความเชื่อเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติและการทำกุศลของชาวจีน ขณะที่ เซียงข้อง เป็นพิธีกรรมของชาวอีสาน ใช้หุ่นที่ทำจากข้องและไม้ไผ่เป็นสื่อให้ผีเข้าสิง เพื่อเสี่ยงทาย ค้นหาสิ่งของ ทำนายเหตุการณ์ และขับไล่สิ่งชั่วร้าย เป็นที่พึ่งทางจิตใจของชุมชนเมื่อหมดหนทางแก้ไขด้วยวิธีปกติ ผู้เขียนเสนอว่า ความคล้ายคลึงของพิธีกรรมทั้งสองอาจสะท้อน รากเหง้าทางวัฒนธรรมร่วมของผู้คนในภูมิภาคอุษาคเนย์ และแสดงให้เห็นการผสาน 
Read more
“ว่าวสะนู” มรดกแห่งสายลม เจาะลึกภูมิปัญญาและเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของจิตวิญญาณอีสาน        ประเทศไทยเป็นดินแดนที่เปี่ยมด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือ “อีสาน” ที่มีภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ท้องถิ่นอันโดดเด่นมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “ว่าวสะนู” ไม่ใช่เพียงแค่ของเล่นพื้นบ้าน แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และจิตวิญญาณของคนอีสานได้อย่างลึกซึ้ง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับว่าวสะนูอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่โครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ไปจนถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ว่าวสะนู คืออะไร? มากกว่าแค่ว่าวติดธนู เมื่อเอ่ยถึง “ว่าวสะนู” ภาพจำแรกของหลายคนอาจเป็นว่าวรูปทรงคล้ายปีกผีเสื้อหรือว่าวอีแพง ที่ด้านบนมี “ธนู” ติดอยู่ แต่สิ่งที่เป็นหัวใจและเอกลักษณ์อันโดดเด่นของว่าวชนิดนี้คือ **”เสียง”** ที่เกิดจากธนูไม้ไผ่ที่ติดตั้งอยู่บนส่วนหัวของว่าว เมื่อว่าวถูกปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า รับลมแรง เสียง “หึ่ง หึ่ง” อันเป็นเอกลักษณ์ก็จะก้องกังวานไปทั่วทุ่งนา เสียงนี้ไม่ใช่แค่เสียงธรรมดา แต่คือเสียงแห่งการเฉลิมฉลอง เสียงแห่งความสุข และเสียงที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาในการดัดแปลงธรรมชาติให้เกิดสุนทรียภาพ โครงสร้างและกลไกเสียงอันชาญฉลาด ว่าวสะนูโดยทั่วไปมักมีรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายเพชร มีปีกยื่นออกไปด้านข้าง (คล้ายว่าวอีแพง) แต่ส่วนสำคัญคือ 
Read more
ตามรอยมรดกโลกบ้านเชียง   บ้านเชียง : แหล่งมรดกโลกที่สะท้อนภูมิปัญญาและวิถีวัฒนธรรมอีสาน ตามรอยมรดกโลกบ้านเชียง: เปิดประตูสู่อารยธรรมอีสานโบราณและภูมิปัญญาที่ไม่เคยเลือน   ประเทศไทยเป็นดินแดนที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน และหนึ่งในบทพิสูจน์ถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมในอดีตที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก ก็คือ **มรดกโลกบ้านเชียง** แหล่งโบราณคดีที่สำคัญระดับโลกในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เมื่อปี พ.ศ. 2535 สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งค้นพบโบราณวัตถุ แต่เป็นดั่งหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดเผยให้เห็นถึงภูมิปัญญาและวิถีวัฒนธรรมของบรรพบุรุษชาวอีสานเมื่อหลายพันปีก่อน   บ้านเชียง: แหล่งมรดกโลกที่สะท้อนภูมิปัญญาและวิถีวัฒนธรรมอีสาน การกล่าวถึง **บ้านเชียง** ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงโบราณวัตถุ แต่คือการทำความเข้าใจภาพรวมของสังคมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางอารยธรรมที่ก้าวหน้าเกินกว่าที่เคยคาดคิด จากการค้นพบครั้งสำคัญ บ้านเชียงได้เปิดเผยหลักฐานทางโบราณคดีที่ล้ำค่าหลายประการ: 1. **เครื่องปั้นดินเผาลายเขียนสีอันเป็นเอกลักษณ์:** จุดเด่นที่ทำให้บ้านเชียงโด่งดังไปทั่วโลกคือ เครื่องปั้นดินเผาที่มีลวดลายสีแดงบนพื้นสีนวล เป็นลวดลายที่วิจิตรบรรจงและมีความเป็นศิลปะสูง สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ สุนทรียภาพ และฝีมือเชิงช่างของคนในอดีตได้อย่างชัดเจน ลวดลายเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตกแต่ง แต่ยังอาจสะท้อนถึงความเชื่อ พิธีกรรม หรือสัญลักษณ์ทางสังคมบางอย่างด้วย 2. เทคโนโลยีโลหะวิทยาที่ก้าวหน้า: หลักฐานการใช้โลหะสำริดและเหล็กที่บ้านเชียงชี้ให้เห็นว่าผู้คนในยุคนั้นมีความเข้าใจในเรื่องการถลุง 
Read more
  ประเพณีผูกเสี่ยว: มรดกภูมิปัญญาอีสานที่เชื่อมใจคนด้วยมิตรภาพแท้ สู่คุณค่าในสังคมสมัยใหม่ ประเทศไทยอุดมไปด้วยประเพณีและวัฒนธรรมอันงดงามที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น ในบรรดาประเพณีเหล่านั้น **ประเพณีผูกเสี่ยว** จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือ “อีสาน” ถือเป็นหนึ่งในพิธีกรรมที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง สะท้อนถึงคุณค่าของมิตรภาพ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการสร้างสายสัมพันธ์ที่ยั่งยืน บทความนี้จะนำพาท่านเจาะลึกถึงแก่นแท้ของ ประเพณีผูกเสี่ยวทั้งในด้านความหมาย พิธีกรรม และความสำคัญทางวัฒนธรรมอีสานที่มิอาจประเมินค่าได้ ทำความเข้าใจ “ผูกเสี่ยว” คืออะไร? (ความหมายที่มากกว่าเพื่อน) คำว่า “เสี่ยว” ในภาษาอีสานไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ “เพื่อน” ทั่วไป แต่มีความหมายที่ลึกซึ้งและหนักแน่นกว่านั้นมาก คำว่า “เสี่ยว” สื่อถึง **เพื่อนแท้**, **เพื่อนตาย**, หรือ **เพื่อนรัก** ที่ผ่านการคัดสรรแล้วว่าจะมีความผูกพันกันไปตลอดชีวิต ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ยากดีมีจน จะคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันดุจญาติสนิท หรือบางครั้งอาจยิ่งกว่าญาติเสียอีก **ประเพณีผูกเสี่ยว** จึงไม่ใช่แค่การจัดงานเฉลิมฉลอง แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ต่อหน้าชุมชนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าคนสองคน (หรือมากกว่า) จะเป็นเสี่ยวกัน มีพันธสัญญาแห่งมิตรภาพอันบริสุทธิ์และยั่งยืน 
Read more
“ฮีตเดือนอ้าย บุญเข้ากรรม”   บุญเข้ากรรม: จารีตแห่งการชำระจิตและความสมัครสมานของชาวอีสาน บุญเข้ากรรม หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บุญเข้าปริวาสกรรม เป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันใน เดือนอ้าย (เดือนเจียง) ซึ่งเป็นเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติของชาวอีสาน จึงถูกเรียกว่า “ฮีตเดือนอ้าย”, ประเพณีนี้เป็นกิจกรรมสำคัญที่พระสงฆ์จะมารวมตัวกันเพื่อกระทำสังฆกรรมเพื่อชำระศีลของตนให้บริสุทธิ์ และเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมสร้างมหากุศลไปพร้อมกัน, มูลเหตุและตำนานความเชื่อ ตามความเชื่อโบราณระบุว่า มูลเหตุของการเข้ากรรมมาจากเรื่องเล่าของพระภิกษุรูปหนึ่งในสมัยพุทธกาลที่ล่องเรือไปตามแม่น้ำ แล้วเผลอเอามือไปจับใบตะไคร่น้ำจนขาดเพียงเล็กน้อย, ท่านมองว่าเป็นอาบัติเพียงเล็กน้อยจึงมิได้แสดงอาบัติ (แจ้งความผิด) จนกระทั่งมรณภาพไป บาปนั้นยังคงค้างคาในใจทำให้ท่านต้องไปเกิดเป็นพญานาคชื่อ “เอรกปัต” และไม่สามารถหลุดพ้นจากกรรมนั้นได้แม้จะผ่านไปนานนับหมื่นปี,, ชาวอีสานจึงถือเอาเหตุนี้เป็นบทเรียนว่า อย่าดูหมิ่นอาบัติหรือบาปเพียงเล็กน้อย และนำมาสู่การปฏิบัติบุญเข้ากรรมเพื่อความบริสุทธิ์ของสงฆ์, ลำดับพิธีกรรมของสงฆ์: จากอาบัติสู่ความบริสุทธิ์ การเข้าปริวาสกรรมมีไว้สำหรับพระภิกษุที่ต้อง อาบัติสังฆาทิเสส ซึ่งเป็นอาบัติหนักรองลงมาจากปาราชิก (มีทั้งหมด 13 ข้อ เช่น การจงใจทำให้อสุจิเคลื่อน หรือการจับต้องกายสตรี),, กระบวนการมีขั้นตอนสำคัญดังนี้: การอยู่ปริวาส: ภิกษุผู้ต้องอาบัติและปกปิดไว้ ต้องอยู่ปริวาสตามจำนวนวันที่ตนปกปิดความผิดนั้น, โดยปกติในประเพณีนิยมจะจัดเป็น 
Read more
กัณฑ์เทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 1 : ทศพร บุญเดือนสี่ หรือบุญผะเหวด : มรดกศรัทธาแห่งอีสาน             บุญผะเหวด หรือในบางท้องถิ่นเรียกว่า บุนพะเหวด เป็นหนึ่งในฮีตสิบสองของชาวอีสาน จัดอยู่ใน บุญเดือนสี่ ซึ่งเป็นบุญสำคัญที่สะท้อนถึงความศรัทธา ความสามัคคี และภูมิปัญญาทางพุทธศาสนาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน บุญผะเหวดเป็นการทำบุญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของ พระเวสสันดรชาดก ชาดกเรื่องยิ่งใหญ่ที่แสดงถึงบารมีขั้นสูงสุด โดยเฉพาะ “ทานบารมี” อันเป็นหัวใจสำคัญของพุทธศาสนา ชาวอีสานเรียกพิธีกรรมนี้ว่า “บุญผะเหวด” หรือ “เทศน์มหาชาติ” เนื่องจากมีการเทศน์พระเวสสันดรชาดกครบทั้ง 13 กัณฑ์ ภายในระยะเวลาอันจำกัด โดยเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติครบถ้วน จะได้รับอานิสงส์ยิ่งใหญ่ เป็นเหตุปัจจัยให้ได้พบพระศรีอริยเมตไตรยในอนาคตกาล บุญผะเหวดจึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนา หากแต่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่หลอมรวมศิลปะ ภาษา 
Read more
ไทย “ข้าวต้มมัด” จีน “บ๊ะจ่าง” วัฒนธรรมข้าวเหนียว มรดกร่วมกันในดินแดนอุษาคเนย์   ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : ไทย “ข้าวต้มมัด” จีน “บ๊ะจ่าง” วัฒนธรรมข้าวเหนียว มรดกร่วมกันในดินแดนอุษาคเนย์  หนังสือเล่มนี้  มีประเด็นสำคัญดังนี้ค่ะ : วัฒนธรรมข้าวเหนียว: มรดกร่วมของอุษาคเนย์ ข้าวเหนียวถือเป็นวัฒนธรรมอาหารที่มีความเสถียรและสืบทอดจากบรรพบุรุษมาอย่างยาวนานในภูมิภาคอุษาคเนย์ หลักฐานทางโบราณคดีพบว่ามีการบริโภคข้าวเหนียวในไทยมานานกว่า 5,000–7,000 ปี 2ขณะที่ในจีนมีหลักฐานการปลูกมาไม่น้อยกว่า 2,000 ปี ความเชื่อและตำนานเรื่องกำเนิดข้าว เช่น “ตำนานหมาเก้าหาง” ปรากฏทั้งในภาพเขียนสีที่มณฑลกวางสี ประเทศจีน และในคำบอกเล่าเก่าแก่ของไทย บ๊ะจ่าง: วัฒนธรรมข้าวเหนียวของชาวจีน ที่มา: บ๊ะจ่าง (肉粽) มีวิวัฒนาการมาจากการใช้ข้าวฟ่างห่อใบอ้อ หรือบรรจุในกระบอกไม้ไผ่ (ข้าวหลาม) เพื่อเซ่นไหว้ขุนนาง “คุกง้วน” (ชวีหยวน) การเปลี่ยนแปลง: 
Read more
บุญคูณลาน :   หัวใจแห่งศรัทธาสู่ขวัญข้าวและวิถีชีวิตชาวอีสาน     “บุญคูณลาน” ประเพณีสำคัญของชาวนาอีสาน** ที่สะท้อนให้เห็นถึง **ความเชื่อเรื่องข้าว** และความกตัญญูต่อผืนแผ่นดิน นี่ไม่ใช่แค่การทำบุญทั่วไป แต่เป็นการถอดรหัสจิตวิญญาณแห่งขวัญข้าว ที่สืบทอดกันมานับร้อยปี และเป็นรากฐานสำคัญของวิถีชีวิตชาวอีสานอย่างแท้จริง บุญคูณลาน** หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า “บุญกุ้มข้าวใหญ่” คือ พิธีกรรมที่ชาวอีสานจัดขึ้นหลังฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อเป็นการทำบุญข้าวเปลือกที่ได้จากการทำนา และอุทิศส่วนกุศลให้แก่พระแม่โพสพ เจ้าที่เจ้าทาง เทพารักษ์ ตลอดจนบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว     คำว่า “คูณลาน” มาจาก “คูณ” ที่แปลว่า เพิ่มพูน ทำให้มากขึ้น และ “ลาน” คือ ลานนวดข้าว  บุญคูณลาน หมายถึง การทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอให้ผลผลิตข้าวเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ในปีต่อๆ ไป สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาอีสาน และความเชื่อ ที่ผูกพันกับการเกษตรมาอย่างยาวนาน 
Read more
ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งสกลนคร อัญมณีแห่งวัฒนธรรมอีสานต้องมาสัมผัส         ประเทศไทยเป็นดินแดนที่เปี่ยมด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ซึ่งสะท้อนผ่านประเพณีและเทศกาลที่สืบทอดกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ในบรรดาประเพณีอันวิจิตรตระการตาเหล่านี้ ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จังหวัดสกลนคร ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่มิได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นศูนย์รวมของศรัทธา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปะอันประณีตงดงาม จนกลายเป็น จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่แสวงหาประสบการณ์อันลึกซึ้งและไม่เหมือนใคร ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งคืออะไร? ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งเป็นประเพณีโบราณของชาวอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสกลนคร ที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาล ออกพรรษา หรือในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี เพื่อถวายเป็น **พุทธบูชา** แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคติความเชื่อทางพุทธศาสนาเชื่อว่า การถวายปราสาทผึ้งเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าที่เสด็จกลับจากดาวดึงส์ และเป็นการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล การทำบุญด้วยการถวายขี้ผึ้งและนำไปจุดเป็นแสงสว่างนั้น ถือเป็นบุญใหญ่ที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความรุ่งเรืองและแสงสว่างแห่งปัญญา แต่เดิมปราสาทผึ้งมีขนาดเล็กและเรียบง่าย นิยมสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม หรือหกเหลี่ยม ประดับด้วยลวดลายแกะสลักจากขี้ผึ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประเพณีนี้ได้พัฒนาไปสู่ความยิ่งใหญ่อลังการ จนกลายเป็น “ปราสาทผึ้ง” ขนาดใหญ่ที่ประดับตกแต่งด้วยศิลปะที่ประณีตซับซ้อน 
Read more
ตำราโหราศาสตร์พื้นบ้านอีสาน ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : ตำราโหราศาสตร์พื้นบ้านอีสาน        หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือทางโหราศาสตร์พื้นบ้านภาคอีสาน ที่นำภูมิปัญญาโบราณมาประยุกต์ให้เป็นระบบและเข้าใจง่ายสำหรับนักพยากรณ์รุ่นใหม่ โดยเน้นทั้งหลักวิชาการ คติความเชื่อ และการนำไปใช้จริงในชุมชน เนื้อหาหลักแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ 1. ความนำ อธิบายความหมายของคำว่า “โหราศาสตร์” ว่าเป็นศาสตร์แห่งการคำนวณและการพยากรณ์ที่อิงกับการโคจรของดวงดาว แสดงที่มาทางประวัติศาสตร์ของโหราศาสตร์จากอารยธรรมโบราณ เช่น จีน อินเดีย บาบิโลน อียิปต์ และกรีก ชี้ให้เห็นว่าโหราศาสตร์มีอยู่ในทุกวัฒนธรรม และในไทยโดยเฉพาะภาคอีสาน ได้ผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นและศาสนา กลายเป็นภูมิปัญญาชุมชน โหราศาสตร์พื้นบ้านอีสานมีบทบาททั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน เช่น ใช้ทำนายฤดูกาล สุขภาพ การงาน และโชคชะตา 2. ระเบียบวิธีและขั้นตอนในการพยากรณ์ ขั้นเตรียมการ (บุพกรรมก่อนตรวจดวง): ต้องมีขันธ์บูชาและพิธียกครู 
Read more
134186