News

ศรัทธาแห่งตักศิลานคร : สืบสานประเพณีบุญสรงน้ำ “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมสืบสานงานบุญประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ ในพิธีสรงน้ำและถวายเครื่องสักการะบูชา “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมหาสารคาม ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวมหาวิทยาลัยและพุทธศาสนิกชน ตลอดจนเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีสานให้คงอยู่สืบไป พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” เป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมหาสารคาม ที่ชาวมหาวิทยาลัยและพุทธศาสนิกชนให้ความเคารพศรัทธาอย่างยิ่ง             องค์พระมีพุทธลักษณะงดงามตามแบบศิลปะทวารวดี ผสมผสานเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมอีสานอย่างลงตัว สื่อถึงความสงบ เมตตา และปัญญา อันเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรมและการศึกษา สมกับมหาวิทยาลัยที่ได้รับการขนานนามว่า “ตักศิลานคร” (บุญเลิศ สดสุชาติ และ อาคม วรจินดา, 2554) นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมหาสารคามแล้ว พระพุทธกันทรวิชัยฯ ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็น 
Read more
  ภาพที่ 1 วิถีชีวิตของชาวบ้าน              ภาพฮูปแต้มวิถีชีวิตของชาวบ้าน การตำข้าว ฝัดข้าว ต้นกล้วย แทรกอยู่ในเรื่องพระเวสสันดร ผนังด้านนอกทิศเหนือ วัดโพธาราม อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม   ภาพที่ 2  ชีวิตในทุ่งนา ชีวิตในทุ่งนาที่แทรกอยู่ในเรื่องพุทธประวัติ ผนังด้านนอกทิศตะวันตก วัดโพธาราม อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ภาพที่ 1 สิมวัดโพธาราม อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (ถ่ายเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2555) ภาพที่ 2 สิมวัดโพธาราม อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (ถ่ายเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2555) 
Read more
พระธาตุศรีสองรัก  จารึกแห่งสัจจะและมิตรภาพไทย-ลาว ที่ยืนยงกว่า 4 ศตวรรษ       ในหน้าประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการสู้รบ ยังมีอนุสรณ์สถานแห่งหนึ่งที่ยืนหยัดเป็นประจักษ์พยานถึง “พลังแห่งสันติภาพ” นั่นคือ “พระธาตุศรีสองรัก” ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงโบราณสถานเก่าแก่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างสองอาณาจักรที่ส่งผ่านกาลเวลามานานกว่า 460 ปี กำเนิดจากปณิธานแห่งไมตรี (History)        พระธาตุศรีสองรักถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2103 และเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2106 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ภูมิภาคนี้เผชิญกับภัยคุกคามจากการขยายอำนาจของพม่า ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ แห่งกรุงศรีอยุธยา และ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งอาณาจักรล้านช้าง (เวียงจันทน์) จึงทรงร่วมกันทำ “พิธีสัตยาธิษฐาน” เพื่อเป็นพันธมิตรต่อกัน โดยมีข้อตกลงว่าจะไม่ร่วงล้ำดินแดนและจะช่วยเหลือกันสืบไป จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “ศรีสองรัก” 
Read more
เจาะลึก 5 เรื่องน่าทึ่งของ ‘แคน’ มรดกโลกแห่งเสียงเพลงที่คุณอาจไม่เคยรู้! ประเทศไทยอุดมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า และหนึ่งในสัญลักษณ์ทางดนตรีที่โดดเด่นและเป็นที่ภาคภูมิใจของชาติคือ ‘แคน’ ที่ส่งผ่านกาลเวลาจากรุ่นสู่รุ่น แม้เสียงแคนจะคุ้นหูคนไทยจำนวนมาก แต่ความลึกซึ้งและเรื่องราวเบื้องหลังของเครื่องดนตรีชนิดนี้มักถูกมองข้าม บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ 5 เรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับแคน โดยเฉพาะในฐานะ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติโดย UNESCO ที่จะทำให้คุณมองแคนด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป 1. ‘แคน’ คือ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติโดย UNESCO นี่คือความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งที่ทำให้ ‘แคน’ มีสถานะพิเศษในเวทีโลก! เมื่อปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ “ศิลปะการดนตรีและการทำแคนของลาว” (Khaen music of the Lao people) เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage 
Read more
นั่งรถไฟไปเที่ยวอีสาน ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : นั่งรถไฟไปเที่ยวอีสาน การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายอีสาน เพื่อสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้ “สื่อเพลง” เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื้อหาหลักนำเสนอการสร้างสรรค์บทเพลง 3 เพลง ได้แก่ เพลงเที่ยวสบายใจรถไฟอีสานใต้ เพลงรถไฟสามช่า เพลง Blossom กัวราช่า ซึ่งแต่ละเพลงนำ “อัตลักษณ์วัฒนธรรมอีสาน” มาผสมผสานกับดนตรีสมัยใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านเสียงเพลง และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถไฟ เอกสารยังเชื่อมโยง ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่อีสานใต้ เช่น อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ผ่านเนื้อเพลง ทำให้เกิดภาพจำและแรงจูงใจในการท่องเที่ยว  ประเด็นสำคัญ 1. แนวคิดโครงการ พัฒนาการท่องเที่ยว “รถไฟสายอีสาน” มุ่งสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ใช้ 
Read more
ทักษะสำคัญเพื่อการเป่าแคนยุคคลาสสิก   ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : ทักษะสำคัญเพื่อการเป่าแคนยุคคลาสสิก ทักษะสำคัญเพื่อการเป่าแคนยุคคลาสสิค กล่าวถึงความรู้และทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้และเข้าใจการเป่าแคนอย่างลึกซึ้ง โดยมอง “แคน” ไม่ใช่เพียงเครื่องดนตรี แต่เป็นตัวแทนจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ไท–ลาว การศึกษาแคนจึงต้องเข้าใจทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเทคนิคดนตรี เนื้อหาแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ การอธิบายพัฒนาการ “ยุคของเพลงแคน” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทักษะหลักในการเป่าแคน ได้แก่ การฟัง การบรรเลง เทคนิคการใช้ลม และองค์ประกอบทางจิตใจของผู้เล่น โดยเฉพาะ “ยุคคลาสสิก” ถือเป็นช่วงสำคัญที่เพลงแคนมีความซับซ้อนด้านเทคนิคและการถ่ายทอดอารมณ์มากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ประเด็นสำคัญ 1. แคนกับอัตลักษณ์วัฒนธรรม แคนเป็นเครื่องดนตรีที่สะท้อน “จิตวิญญาณ” ของชาติพันธุ์ไท–ลาว ต้องศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งดนตรี สังคม และวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา 
Read more
ฮีตเดือนหก: บุญบั้งไฟ ตำนานพญาแถนกับการขอฝนของชาวอีสาน เมื่อย่างเข้าสู่เดือนหกตามปฏิทินจันทรคติ กลิ่นอายของความชุ่มฉ่ำและชีวิตชีวาจะเริ่มพัดพามาพร้อมกับ ประเพณีบุญบั้งไฟ ที่ยิ่งใหญ่และเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสาน นี่คือหนึ่งใน “ฮีตสิบสอง” หรือประเพณี 12 เดือนที่ชาวอีสานยึดถือปฏิบัติมาอย่างยาวนาน และเป็นมากกว่าแค่เทศกาลเฉลิมฉลอง แต่คือวิถีแห่งศรัทธา ความหวัง และความผูกพันกับธรรมชาติ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงแก่นแท้ของ บุญบั้งไฟ ต้นกำเนิดจาก ตำนานพญาแถน และความสำคัญของการ ขอฝน ที่หล่อหลอมรวมเป็นจิตวิญญาณของ ชาวอีสาน มาทุกยุคสมัย บุญบั้งไฟ: ประเพณีแห่งการรอคอยสายฝน บุญบั้งไฟ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บุญเดือนหก” เป็นงานบุญสำคัญที่จัดขึ้นในช่วงต้นฤดูฝน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะ “พญาแถน” เทพเจ้าแห่งฝน เพื่อดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรผู้เป็นกระดูกสันหลังของภูมิภาค หัวใจสำคัญของงานคือ “บั้งไฟ” หรือจรวดไม้ไผ่ที่บรรจุเชื้อเพลิงดินประสิว ซึ่งจะถูกจุดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหว การแข่งขันจุดบั้งไฟไม่เพียงเป็นการแสดงความสามารถและงานฝีมือ แต่ยังแฝงไว้ด้วยความเชื่อที่ว่ายิ่งบั้งไฟพุ่งขึ้นสูงเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการส่งสารแห่งความปรารถนาไปถึงพญาแถนได้อย่างศักดิ์สิทธิ์และชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น 
Read more
แคนวง แบบฉบับอีสานในยุควัฒนธรรมล้านช้าง ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book :  แคนวง แบบฉบับอีสานในยุควัฒนธรรมล้านช้าง   แคนวง แบบฉบับอีสาน ในยุควัฒนธรรมล้านช้าง กล่าวถึงกำเนิด พัฒนาการ และบทบาทของ “แคน” ในบริบททางวัฒนธรรมของดินแดนอุษาคเนย์ โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ไท–ลาว รวมถึงความสัมพันธ์กับอาณาจักรสำคัญ ได้แก่ อยุธยา ล้านช้าง และขอม ซึ่งมีอิทธิพลต่อรูปแบบ “เพลงแคน” และการแสดงดนตรีพื้นบ้าน แคนเป็นเครื่องดนตรีที่มีรากเหง้าร่วมในภูมิภาคอุษาคเนย์ พบในหลายชาติพันธุ์ แม้รูปร่างแตกต่างกัน แต่มีโครงสร้างและหลักการคล้ายกัน สะท้อนถึงแหล่งกำเนิดร่วมกัน และได้รับการพัฒนาแตกต่างตามบริบทวัฒนธรรม ในบริบทของอีสานและล้านช้าง “แคน” ถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และศิลปะพื้นบ้าน ขณะที่ในสมัยอยุธยา แม้มีการกล่าวถึงแคนในวรรณกรรม แต่ยังไม่ปรากฏชัดว่าเป็นเครื่องดนตรีหลักในราชสำนัก โดยมักเป็นของกลุ่มประชาชนเชื้อสายล้านช้างมากกว่า  ประเด็นสำคัญ กำเนิดและการแพร่กระจายของแคน แคนมีต้นกำเนิดในดินแดนอุษาคเนย์ พบในหลายชาติพันธุ์ 
Read more
  ก้อยไข่มดแดง มรดกภูมิปัญญาจากผืนป่า สู่จานอาหารระดับตำนานของคนอีสาน เมื่อกล่าวถึง **อาหารอีสาน** หลายท่านคงนึกถึงรสชาติที่จัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม นัว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาใดเทียบ และในบรรดา **เมนูอีสาน** ที่หลากหลายนั้น มีอยู่หนึ่งเมนูที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหาร แต่เป็นผลรวมของภูมิปัญญา ความเข้าใจธรรมชาติ และวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดกันมา นั่นคือ **ก้อยไข่มดแดง** สุดยอดเมนูที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตคนอีสานอย่างแท้จริง ก้อยไข่มดแดง คืออะไร? **ก้อยไข่มดแดง** คือหนึ่งในประเภทของ “ก้อย” ซึ่งเป็นอาหารประเภทยำของภาคอีสานที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่ คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสจัดจ้าน หัวใจหลักของเมนูนี้คือ **ไข่มดแดง** วัตถุดิบธรรมชาติอันล้ำค่าที่ให้รสชาติเปรี้ยวอมมัน มีความกรุบกรอบในตัว ซึ่งแตกต่างจากเนื้อสัตว์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง การนำไข่มดแดงสด ๆ มาคลุกเคล้ากับข้าวคั่ว หอมแดง ต้นหอม ผักชี พริกป่น น้ำปลา และที่ขาดไม่ได้คือน้ำมะนาว (หรือบางครั้งก็ใช้ความเปรี้ยวจากไข่มดแดงเอง) ทำให้เกิดรสสัมผัสที่หลากหลาย 
Read more
ลำเพลิน ศิลปะการแสดงพื้นบ้านยุคเปิดประตูสู่อีสาน ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : ลำเพลิน ศิลปะการแสดงพื้นบ้านยุคเปิดประตูสู่อีสาน “ลำเพลิน” ในฐานะศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสานที่พัฒนามาจาก “หมอลำ” ซึ่งเป็นการขับร้องพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ไท-ลาว โดยลำเพลินเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในยุคหลัง มีลักษณะเด่นด้านความสนุกสนาน จังหวะรวดเร็ว และได้รับอิทธิพลจากดนตรีสมัยใหม่ ลำเพลินมีพัฒนาการจากลำกลอน (ลำทางสั้น) โดยเฉพาะทำนองแบบอุบลราชธานี และเริ่มปรากฏประมาณ พ.ศ. 2498 ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วภาคอีสาน สะท้อนถึงการปรับตัวของศิลปะพื้นบ้านให้เข้ากับบริบทสังคมและความนิยมของผู้ชมในแต่ละยุคสมัย ประเด็นสำคัญ หมอลำเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวอีสาน “ลำ” หมายถึงการขับร้อง ส่วน “หมอ” คือผู้มีความชำนาญ → รวมเป็น “หมอลำ” การลำมีหลายประเภท เช่น ลำผีฟ้า ลำพื้น ลำกลอน และลำหมู่ “ลำเพลิน” เป็นพัฒนาการของหมอลำในยุคใหม่ ไม่ใช่รูปแบบดั้งเดิม จุดเด่นของลำเพลิน 
Read more
145698