News

ISAN  E-book เรื่อง มวยโบราณสกลนคร    ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book :  มวยโบราณสกลนคร      “สารานุกรมศิลปะการแสดงพื้นถิ่นสกลนคร: รำมวยโบราณสกลนคร”  เรียบเรียงโดย นายกฤษดากร บรรลือ  จัดพิมพ์โดยพิพิธภัณฑ์เมืองสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร  มีประเด็นสำคัญที่สามารถสรุปแบ่งตามหัวข้อได้ดังนี้: บริบททางประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ของสกลนคร ความเป็นมา: เมืองสกลนครเดิมมีชื่อว่า “เชียงชุม” มีความเก่าแก่ทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และผ่านอิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดี เขมร ล้านช้าง จนกระทั่งราชสำนักกรุงเทพฯ ยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองสกลนคร” เมื่อปี พ.ศ. 2381 ความหลากหลายของชาติพันธุ์: สกลนครเป็นพื้นที่สะสมทางวัฒนธรรมที่ประกอบด้วย 6 กลุ่มชาติพันธุ์หลักที่มีภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะตัว ได้แก่ ลาว, โส้, ภูไท, โย้ย, ญ้อ และกะเลิง นอกจากนี้ยังมีชาวจีน 
Read more
   ISAN  E-book เรื่อง ศิลปะถ้ำสกลนคร   ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book :  ศิลปะถ้ำสกลนคร “ศิลปะถ้ำสกลนคร” สามารถสรุปประเด็นสำคัญออกเป็น 4 ส่วนหลักได้ดังนี้: ความสำคัญและวัตถุประสงค์ของการศึกษาศิลปะถ้ำ มรดกทางวัฒนธรรมที่ขาดช่วง: ศิลปกรรมบนหิน (Rock Art) หรือศิลปะถ้ำ (Cave Art) ในประเทศไทย จัดเป็นศิลปะดั้งเดิม (Primitive Art) หรือศิลปะแบบเผ่าพันธุ์ (Tribal Art) ซึ่งในไทยนั้นประเพณีการสร้างได้ขาดช่วงไปแล้ว ไม่เหมือนบางประเทศที่ยังคงทำสืบต่อกันมา แนวทางการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและวิชาการ: กรมศิลปากรจัดทำหนังสือชุดนี้เพื่อเป็นคู่มือการท่องเที่ยวที่เน้นสาระทางวิชาการ โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการวิจัย อนุรักษ์ และจัดการแหล่งโบราณคดีให้กลายเป็นสถานศึกษานอกหลักสูตร รวมถึงสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บริบททางโบราณคดีและภูมิศาสตร์ของสกลนคร ที่ตั้งในแอ่งแผ่นดินใหญ่: สกลนครตั้งอยู่บน “แอ่งสกลนคร” ซึ่งเป็นพื้นที่ราบกว้างประมาณ 43,000 ตารางกิโลเมตร ทางตอนเหนือของภาคอีสาน มีหนองหานอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ 
Read more
กัณฑ์พระเวสสันดร  กัณฑ์ที่ 4 กัณฑ์วนประเวศน์ กัณฑ์วนปเวสน์ : การเดินทางเข้าไปในป่าของพระเวสสันดรและครอบครัว สื่อถึงความอดทนและความมุ่งมั่น ฮูปแต้ม (จิตรกรรมฝาผนังอีสาน) ฮูปแต้มในสิมอีสานถ่ายทอดเรื่อง พระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นหัวใจของงานบุญผะเหวด กัณฑ์พระเวสสันดร กัณฑ์ที่ 4 : กัณฑ์วนประเวศน์ กัณฑ์วนประเวศน์ เป็นกัณฑ์ที่กล่าวถึงการเสด็จเข้าสู่ป่าหิมพานต์ของพระเวสสันดร พร้อมด้วยพระนางมัทรี พระชาลี และพระกัณหา ภายหลังจากทรงถูกเนรเทศออกจากพระนคร เนื้อหาในกัณฑ์นี้สะท้อนถึงความอดทน ความเสียสละ ความมุ่งมั่น และความเข้มแข็งในการดำเนินชีวิต แม้ต้องเผชิญความยากลำบากก็ยังทรงยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งการบำเพ็ญบารมี กัณฑ์วนประเวศน์มี 57 พระคาถา กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระเวสสันดรพร้อมครอบครัวเสด็จออกจากเมือง ผ่านแคว้นเจตราษฎร์ มุ่งหน้าสู่เขาวงกตในป่าหิมพานต์ เมื่อเสด็จถึงแล้วได้ประทับอาศัยอยู่ในอาศรมที่พระอินทร์ทรงเนรมิตไว้ เพื่อเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรและสั่งสมพระบารมีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อานิสงส์ของการบูชากัณฑ์วนประเวศน์ ความเชื่อในพระพุทธศาสนาระบุว่า ผู้ที่บูชาหรือฟังเทศน์กัณฑ์วนประเวศน์ด้วยจิตศรัทธา จะได้รับอานิสงส์ คือ มีความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า มีปัญญาเฉลียวฉลาด เปี่ยมด้วยความสามารถในการบริหารบ้านเมือง 
Read more
                                                  ผ้าไหมลายหมี่คั่นขอนารี อัตลักษณ์ผืนผ้าแห่งชัยภูมิ เปิดตำนาน “ผ้าไหมลายหมี่คั่นขอนารี” อัตลักษณ์แห่งชัยภูมิ สืบสานภูมิปัญญาสู่ผืนผ้าแห่งความภาคภูมิใจ ในบรรดามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย “ผ้าไหม” นับเป็นงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และความงดงามของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างโดดเด่น หนึ่งในผ้าไหมที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ คือ “ผ้าไหมลายหมี่คั่นขอนารี” ลวดลายอันวิจิตรที่เกิดจากภูมิปัญญาการทอผ้าของบรรพชน และได้รับการสืบทอดต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาวชัยภูมิ รากเหง้าแห่งภูมิปัญญาผ้าไหมชัยภูมิ ประวัติการทอผ้าไหมของชาวชัยภูมิมีความเป็นมายาวนานกว่า 200 ปี 
Read more
เจาะลึก ‘พุทธศิลป์เรืองแสง’ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว Unseen แสงและเงาหลังม่านฝนเมืองอุบลฯ ที่ต้องไปสัมผัส ในโลกที่การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง “วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว” หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันติดปากว่า “วัดภูพร้าว” แห่งจังหวัดอุบลราชธานี ได้ปรากฏกายขึ้นเป็นดั่งอัญมณีล้ำค่าที่ผสานพุทธศิลป์ นวัตกรรม และความงดงามทางธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พุทธศิลป์เรืองแสง” ที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้น มิใช่เพียงแค่ความตระการตาในยามค่ำคืน แต่ยังสะท้อนถึงการศึกษา ค้นคว้า และความเข้าใจในเทคนิคเชิงศิลป์ที่ลึกซึ้ง มิติแห่ง ‘พุทธศิลป์เรืองแสง’: เมื่อศิลปะโบราณพบกับนวัตกรรมสมัยใหม่ หัวใจหลักที่ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมายังวัดแห่งนี้คือ “จิตรกรรมเรืองแสง” อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของพระอุโบสถ โดยเฉพาะภาพ “ต้นกัลปพฤกษ์” ที่สลักเสลาอยู่บริเวณผนังด้านหลัง สิ่งเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจและองค์ความรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน งานพุทธศิลป์เรืองแสงนี้ เป็นการประยุกต์ใช้นวัตกรรมสีชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติของสารฟอสฟอเรสเซนซ์ (Phosphorescence) หรือสารเรืองแสง ซึ่งสามารถดูดซับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ในเวลากลางวัน แล้วปลดปล่อยพลังงานเหล่านั้นออกมาในรูปของแสงเรืองรองนวลตาเมื่อตกอยู่ในที่มืดสนิท   อาจารย์คณากร ปริญญาศิริ ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังผลงานอันประณีตนี้ ได้ผสานเทคนิคการวาดและการจำหลักแบบศิลปะไทยโบราณเข้ากับคุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ของสีเรืองแสงได้อย่างแยบยล ทำให้ลวดลายพุทธประวัติและธรรมชาติที่ประดับประดาอยู่กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาในยามค่ำคืน 
Read more
สินไซ วัดไชยศรี   ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : สินไซ วัดไชยศรี    หนังสือ “สินไซ วัดไชยศรี” โดยแบ่งออกเป็นประเด็นหลัก ๆ  วรรณกรรม “สินไซ” กับคติความเชื่ออีสาน ที่มาและบทบาท: เป็นวรรณกรรมนิทานเก่าแก่หลายร้อยปี แพร่หลายมากในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะภาคอีสานของไทยและสปป.ลาว ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเรื่องราวอดีตชาติของพระพุทธเจ้า (ชาดก) คุณค่าและคติธรรม: สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ แฝงคติธรรมเรื่องความกตัญญูกตเวที ความกล้าหาญในการทำความดี ความอดทน และบาปบุญคุณโทษ การสืบทอด: ชุมชนสาวะถีใช้สินไซบ่มเพาะคุณธรรมผ่านการเทศนา ฮูปแต้มบนผนังโบสถ์ และการแสดงหมอลำ โดยบทสรุปของเรื่อง (ม้วนชาดก) สินไซจะไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า ส่วนตัวละครอื่นไปเกิดเป็นพระอรหันตสาวก ชุมชนสาวะถี และ วัดไชยศรี ชุมชนสาวะถี: เป็นชุมชนโบราณเก่าแก่ในจังหวัดขอนแก่น คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 200 
Read more
สุขท้าลอง 72 สไตล์ ภาคอีสาน  ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : สุขท้าลอง 72 สไตล์ ภาคอีสาน    สรุปข้อมูลการท่องเที่ยวของ 6 จังหวัดในภาคอีสาน (กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ชัยภูมิ, นครพนม, มุกดาหาร และบุรีรัมย์) ตามโปรแกรม 3 วัน โดยแบ่งออกเป็นสถานที่ห้ามพลาดและกิจกรรมเด่นในแต่ละวัน: การกระจายตัว: แต่ละจังหวัดมีเอกลักษณ์ชัดเจน เช่น ถ้าชอบ ประวัติศาสตร์/อารยธรรม ให้เลือก บุรีรัมย์ นครพนม กาฬสินธุ์; ถ้าชอบ ธรรมชาติแปลกตา/ลุยๆ ให้เลือก ชัยภูมิ บึงกาฬ ขอนแก่น กาฬสินธุ์: ย้อนรอยไดโนเสาร์และธรรมชาติเขื่อน ไฮไลต์สำคัญ: เน้นศึกษาประวัติศาสตร์โลกล้านปีที่ 
Read more
ศรัทธาแห่งตักศิลานคร : สืบสานประเพณีบุญสรงน้ำ “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมสืบสานงานบุญประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ ในพิธีสรงน้ำและถวายเครื่องสักการะบูชา “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมหาสารคาม ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวมหาวิทยาลัยและพุทธศาสนิกชน ตลอดจนเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีสานให้คงอยู่สืบไป พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” เป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมหาสารคาม ที่ชาวมหาวิทยาลัยและพุทธศาสนิกชนให้ความเคารพศรัทธาอย่างยิ่ง             องค์พระมีพุทธลักษณะงดงามตามแบบศิลปะทวารวดี ผสมผสานเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมอีสานอย่างลงตัว สื่อถึงความสงบ เมตตา และปัญญา อันเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรมและการศึกษา สมกับมหาวิทยาลัยที่ได้รับการขนานนามว่า “ตักศิลานคร” (บุญเลิศ สดสุชาติ และ อาคม วรจินดา, 2554) นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมหาสารคามแล้ว พระพุทธกันทรวิชัยฯ ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็น 
Read more
  ภาพที่ 1 วิถีชีวิตของชาวบ้าน              ภาพฮูปแต้มวิถีชีวิตของชาวบ้าน การตำข้าว ฝัดข้าว ต้นกล้วย แทรกอยู่ในเรื่องพระเวสสันดร ผนังด้านนอกทิศเหนือ วัดโพธาราม อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม   ภาพที่ 2  ชีวิตในทุ่งนา ชีวิตในทุ่งนาที่แทรกอยู่ในเรื่องพุทธประวัติ ผนังด้านนอกทิศตะวันตก วัดโพธาราม อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ภาพที่ 1 สิมวัดโพธาราม อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (ถ่ายเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2555) ภาพที่ 2 สิมวัดโพธาราม อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (ถ่ายเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2555) 
Read more
พระธาตุศรีสองรัก  จารึกแห่งสัจจะและมิตรภาพไทย-ลาว ที่ยืนยงกว่า 4 ศตวรรษ       ในหน้าประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการสู้รบ ยังมีอนุสรณ์สถานแห่งหนึ่งที่ยืนหยัดเป็นประจักษ์พยานถึง “พลังแห่งสันติภาพ” นั่นคือ “พระธาตุศรีสองรัก” ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงโบราณสถานเก่าแก่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างสองอาณาจักรที่ส่งผ่านกาลเวลามานานกว่า 460 ปี กำเนิดจากปณิธานแห่งไมตรี (History)        พระธาตุศรีสองรักถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2103 และเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2106 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ภูมิภาคนี้เผชิญกับภัยคุกคามจากการขยายอำนาจของพม่า ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ แห่งกรุงศรีอยุธยา และ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งอาณาจักรล้านช้าง (เวียงจันทน์) จึงทรงร่วมกันทำ “พิธีสัตยาธิษฐาน” เพื่อเป็นพันธมิตรต่อกัน โดยมีข้อตกลงว่าจะไม่ร่วงล้ำดินแดนและจะช่วยเหลือกันสืบไป จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “ศรีสองรัก” 
Read more
156333