สินไซ วัดไชยศรี
สินไซ วัดไชยศรี

ผู้สนใจสามารถชมในรูปแบบ e-book : สินไซ วัดไชยศรี
หนังสือ “สินไซ วัดไชยศรี” โดยแบ่งออกเป็นประเด็นหลัก ๆ
- วรรณกรรม “สินไซ” กับคติความเชื่ออีสาน
- ที่มาและบทบาท: เป็นวรรณกรรมนิทานเก่าแก่หลายร้อยปี แพร่หลายมากในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะภาคอีสานของไทยและสปป.ลาว ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเรื่องราวอดีตชาติของพระพุทธเจ้า (ชาดก)
- คุณค่าและคติธรรม: สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ แฝงคติธรรมเรื่องความกตัญญูกตเวที ความกล้าหาญในการทำความดี ความอดทน และบาปบุญคุณโทษ
- การสืบทอด: ชุมชนสาวะถีใช้สินไซบ่มเพาะคุณธรรมผ่านการเทศนา ฮูปแต้มบนผนังโบสถ์ และการแสดงหมอลำ โดยบทสรุปของเรื่อง (ม้วนชาดก) สินไซจะไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า ส่วนตัวละครอื่นไปเกิดเป็นพระอรหันตสาวก
- ชุมชนสาวะถี และ วัดไชยศรี
- ชุมชนสาวะถี: เป็นชุมชนโบราณเก่าแก่ในจังหวัดขอนแก่น คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ยุคทวารวดี (บริเวณโนนเมือง) และขึ้นชื่อว่าเป็น “หมู่บ้านหมอลำ” ที่สร้างศิลปินหมอลำชื่อดังมากมาย
- วัดไชยศรี: ตั้งอยู่ในตำบลสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น จัดตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. 2408 มีศูนย์รวมจิตใจและงานช่างที่สำคัญในแต่ละยุค เช่น
- หลวงปู่อ่อนสา (เจ้าอาวาสรูปแรก): ผู้มีฝีมือด้านงานช่าง เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการสร้าง “สิม” (โบสถ์) และกำหนดเนื้อหาฮูปแต้มสินไซ (มรณภาพปี พ.ศ. 2491)
- พระครูบุญชยากร (เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน): เข้ามาจำพรรษาในปี พ.ศ. 2532 และพลิกฟื้นวัดไชยศรีที่เคยเสื่อมโทรม ให้กลับมาเป็นศูนย์รวมใจและแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมร่วมสมัย
- สิม และ ฮูปแต้มวัดไชยศรี
- อุโบสถ (สิม): เป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานประเภท “สิมทึบ” ก่ออิฐถือปูน สร้างขึ้นช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 25 ได้รับวิสุงคามสีมาปี พ.ศ. 2449 และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2544
- ฮูปแต้ม (จิตรกรรมฝาผนัง): วาดเต็มพื้นที่ทั้งผนังด้านนอกและด้านในอาคาร ใช้เทคนิคสีฝุ่นวรรณะเย็น (คราม, เหลือง, เขียว, น้ำตาล, ดำ ฯลฯ) วาดโดย นายทอง ทิพย์ชา ช่างแต้มจากอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม และคณะ
- ความโดดเด่น: เป็นสถานที่ที่แสดงเนื้อหาเรื่อง “สินไซ” ได้ ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด เท่าที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน มีการเขียนอักษรไทยน้อยประกอบอธิบายภาพ โดยมีการวางเนื้อหาตามทิศต่าง ๆ เช่น
- ผนังด้านนอก: ทิศใต้แต้มฉากยักษ์ลักพานางสุมณฑา, ทิศตะวันตกและเหนือเป็นฉากสินไซเดินดงผจญภัยฟันฝ่า 7 ย่านน้ำ 9 ด่านมหาภัย, ทิศตะวันออกเป็นฉากปราสาทยักษ์กุมภัณฑ์
- ผนังด้านใน: มีภาพสินไซ, ภาพพระพุทธรูป, ภาพชูชกจูงกัณหา-ชาลี (จากเรื่องพระเวสสันดร) และภาพนรกภูมิ
- เรื่องย่อของ “สินไซ” ในฮูปแต้ม
พระยากุศราช แห่งเมืองเป็งจาน มีน้องสาวชื่อ นางสุมณฑา ซึ่งถูก ยักษ์กุมภัณฑ์ ลักพาตัวไป ต่อมาพระยากุศราชมีมเหสีที่ให้กำเนิดบุตรที่มีลักษณะพิเศษ 3 คน คือ สีโห (ตัวเป็นคนหัวเป็นสิงห์), สังข์ทอง (เป็นหอยสังข์) และ สินไซ (กุมารผู้มีศรและดาบวิเศษ) แต่บุตรทั้งสามถูกมเหสีคนอื่น ๆ กลั่นแกล้งและใส่ร้ายจนถูกเนรเทศออกจากเมือง
เมื่อเติบใหญ่ขึ้น ด้วยความกตัญญู สินไซ สังข์ และสีโห ได้ร่วมเดินทางไปช่วยอา (นางสุมณฑา) โดยสินไซและสังข์ต้องฟันฝ่าอุปสรรค ด่านมหาภัย และปีศาจมากมายในป่า จนไปถึงเมืองอโนราชและรบชนะฆ่ายักษ์กุมภัณฑ์ นำนางสุมณฑากลับมาได้ แม้ตอนเดินทางกลับจะถูกท้าวทั้งหก (บุตรคนอื่นของพระยากุศราช) ลอบทำร้ายผลักตกเหว แต่พระอินทร์ก็ลงมาช่วยไว้จนความจริงปรากฏ ในที่สุดสินไซจึงได้ครองเมือง ตอนท้ายเรื่องพญาเวสสุวรรณช่วยชุบชีวิตยักษ์กุมภัณฑ์ขึ้นมา และพระอินทร์ได้ช่วยไกล่เกลี่ยให้ยักษ์กุมภัณฑ์มาสู่ขอนางสุมณฑาตามประเพณี เรื่องราวจึงจบลงด้วยดี
Post by Orathai Khotthadar
โพสต์เมื่อ 25พฤษภาคม 2569, เวลา 10.50 น.




